chitraphon's profileJLOPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
JLOSeptember 09 สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าทำชอบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มาก อ่านทีไรรู้สึกดีทุกที
แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ว่าสวยงามนะ ถ้าได้ลองคิดตาม และทำดู ทั้งเราและคนรอบข้างต้องมีความสุขแน่ๆ
believe in love at first sight
marry a man you love to talk to. As you get older, thier conversation skills will be as important as any others.
when someone asks you a question you don't want to answer, smile and ask, "why do want to know?"
remember that silence is sometimes the best answer.
spend some time alone.
smile when picking up the phone. The caller will hear it in your vioce.
read more books and watch less TV.
when you lose, dont lose the lesson.
when you say, " I'm sorry" ,look the person in the eyes.
when you say," I love you", mean it.
เห็นไหม มีความสุขแล้วหละซิ นี่ขนาดยังไม่ได้ทำนะเนี่ย.......
March 04 indiaวันที่ 27 เมษายน 2549
ติ๋มกับติ๊ดไม่รอผู้ชาย
ปี๊น....ปี๊น...ปี๊น....................ปี๊นนนนนนนนนนน ปี๊น...ปี๊น
คือเสียงนาฬิกาปลุกของที่นี่ ปี๊น...ปี๊น
แหนะ!
เสียงนี้แหละบอกเราว่า เช้าแล้ว อย่ามัวนอนขี้เกียจสันหลังยาว วันใหม่แล้ว
ตื่น ตื่น ปี๊น...ปี๊น
เสียงบีบแตรรถเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่คนอินเดียขาดไม่ได้ จะขาดไปสักวินาทีก็ไม่ได้ ใจมันจะขาด
เหมือนที่คนไทยขาดนํ้าแข็งไม่ได้นั่นแหละ
ลุกจากเตียง – ปี๊น อาบนํ้า-- ปี๊น แต่งตัว--ปี๊น
ก้าวเท้าแรกออกจากเกสทเฮ้าส์--ปี๊น
วิถีชีวิตตอนเช้าคนอินเดียก็เหมือนกับคนไทย เด็กๆไปโรงเรียน บ้างเดินไป มีเงินหน่อยก็นั่งรถถีบไป คันหนึ่งนั่งได้ร่วมสิบคน มีเงินมากขึ้นไปอีกนิดก็นั่งคนเดียว เก๋ๆ สวยๆ สบายๆ
พ่อค้าขยัน ตั้งร้านกันแต่เช้า(ไม่ขอกล่าวถึง แม่ค้า เพราะว่าเช้านี้ยังหาไม่เจอ...สักคน) กวาดๆ เช็ดๆ ถูๆ แต่ทำไมยังสกปรกอยู่ก็ไม่รู้ ร้านตัดผมท่านชายก็แสนง่ายแค่ยึดเอาต้นไม้เป็นตัวร้าน มีกระจก เก้าอี้ หวี กรรไกร ก็เพียงพอแล้วที่จะบรรจงตกแต่งทรงผมให้หล่อเหลาเอาใจสาว ร้านขายอาหารเช้ามีให้เราเลือกหลากหลาย ไว้เก็บเป็นแรงกายมื้อแรก
ร้านขายข้าวแกงสไตล์อินเดี๊ย...อินเดีย ราคาแค่ 10 รูปี ร้านขายขนมปัง ร้านขายนมต้มไม่พลาสเจอร์ไรซ์ให้เหนื่อยความ ร้านขายผลไม้
เช้านี้เราได้ คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินอื่นๆอีกมากมาย แคลเซียม และเกลือแร่ มา 6 ลูก ราคา 8 รูปี
กล้วยบ้านเมืองนี้เหมือนฝรั่ง ต้องซื้อเป็นลูก ไม่ใช่เหมาจ่ายแบบบ้านเรานะจะ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศตอนเช้าในกรุงเดลี อย่ามัวแต่นอน เพราะ
Time and tide wait for no man. ...........................................................................................................
กริยา ช่างภาพผู้ไม่สนใจหน้าตา ขอดูแต่เนื้อหาอย่างเดียว เธอก็เลยมองใครต่อใครหล่อไปหมด
ตั้งแต่ หนุ่มมุสลิม หนุ่มซิกข์ ทหารอินเดีย หนุ่มชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ เธอบอกว่าถ้าให้เลือก ขอเลือกหนุ่มซิกข์ เพราะผ้าบนหัวนั้นกระชากใจเธอเหลือเกิน
เหอะ! พี่สาวชั้น
อย่างไรก็ดี เราสองพี่น้องก็ได้ทำชาร์ตหนุ่มหล่อประจำการเดินทางครั้งนี้ เน้น เราสองคน ฉะนั้น ขอดูทั้งหน้าตาและเนื้อหาประกอบกัน
อันดับที่ 1 พ่อทาเคชิ ครองตำแหน่งร่วมกับ พ่อหนุ่มลาดัคกี้ สองคนนี้เขากินกันไม่ลงจริงๆ หล่อเครียดใจกันทั้งคู่
พ่อทาเคชิ หนุ่มรูปงาม สูงยาว หน้าเนียน และที่สำคัญ เขาเข้าใจแฟชั่น ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เป็นฝรั่ง แต่ให้ชื่อทาเคชิ เพราะ หล่อ! เราเฝ้าตั้งจิตภาวนาถึงเขาตลอด ทุกครั้งที่สติสัมปชัญญะของตนหนึ่งพึงนึกได้ ว่า
“ขอให้ได้นั่งใกล้ฝรั่งหล่อๆ ไม่เอาแขก เพี้ยง!”
สุดท้ายคนที่ได้ไปคือ พี่ยา ที่ไม่ได้ลงแรง ลงจิตเลยยยยยย
พ่อทาเคชิ นั่งติดกับพี่ยา ส่วนแขกแก่ อ้วนคับเก้าอี้นั่งข้างชั้น
แผนผังที่นั่ง ทาเคชิ ยา เจโล แขก
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาอธิษฐานขออะไร ควรรัดกุม รอบคอบ มิฉะนั้นคุณพระคุณเจ้า จะใช้ช่องโหว่นี้ อย่างเช่นนักการเมือง ใช้ชองโหว่ทางกฎหมาย!
“อ้าว ขอให้ได้นั่งใกล้ๆ ก็ให้แล้วไง ก็ไม่ได้ขอให้นั่งติดไม่ใช่เหรอ”
พ่อหนุ่มลาดัคกี้ เป็นฝรั่งหน้าเริ่ดเช่นกัน ชื่อนี้มาจากชุดพื้นเมืองที่ใส่ เราอยู่ด้วยกันไม่ถึงนาที น่าเสียดายเลยไม่รู้เนื้อหาของเขาเท่าใดนัก
ไม่งั้นคาดว่าหนุ่มรูปงามคนนี้จะคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งไปครองเพียงผู้เดียว
อันดับที่2 พ่อหนุ่มถุงนอนเขียว อันดับที่3 Willy อายุ 32 มีเมียหนึ่ง ลูกอีกหนึ่ง (แต่ไม่ผิดกติกา) อันดับที่4 Man in red ฝรั่งซ๊กม๊ก ใส่เสื้อสีแดงตัวเดิม 3 วันในเดลี แล้วเราเห็นว่ารอดชีวิต ไม่ตายไปเพราะกลิ่น และ กลากเกลื้อน (ซักบ้างเหอะ ขอร้อง! นี่มันในเดลีนะ) อันดับที่5 Man in black เกือบแล้ว เกือบแล้ว แต่ยังมีสิ่งพลาดอยู่นิดๆ ขอให้กำลังใจต่อไป ( ชาวเรา ตัวสำรอง ในกรณีที่เราตกลงกันได้ว่า สามารถเอาผู้ที่ไม่สามารถระบุเพศได้แน่นอนเข้าชาร์ตได้) ............................................................................................
Rinchen vs Rinchen ความเหมือนที่แตกต่าง
Rinchen แรก หล่อ แบบดาราญี่ปุ่น จบเอกประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเดลี ชอบ chatting โดยแอบอ้างว่าเป็นคนไทย ทางจะได้สะดวก พอพูด แล้ว ทุกอย่าง พัง !!! ใช้ท่าทางประกอบมากเกินไป ชอบนํ้าเมามาก เลยเปิด Lehchen bar and restaurant
Rinchen ต่อมา หล่อสูสีอนันดา เรียนเศรษฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเดลี ฉลาด มีความรู้ ความคิดดี ครอบครัวเป็น NGO ตั้งแต่รุ่นปู่ ทำ organic farm และเปิด guest house พอถามว่า “ทำไมไม่เรียนทางด้านเกษตรกรรม จะได้ช่วยที่บ้าน” เขาบอกว่า “ก็รู้อยู่แล้ว จะเรียนไปทำไม” เออจริง! พูดแล้วส่งเสริมตน ภาษาอังกฤษดีเยี่ยม ใช้ศัพท์ชั้นสูง คนนี้ก็ใส่เสื้อกันหนาวสีเขียวตัวเดิมมาอาทิตย์กว่าแล้ว แต่ไม่น่าตำหนิมาก เพราะใน Leh หนาว ใส่ซํ้าอีกสักอาทิตย์จะเป็นไรไป
ทำไม๊ ทำไม มันต่างกันจัง
ชื่อนั้นสำคัญฉะไน
|
|
|||||
|
|